ประวัติพระธาตุยางชุม

ประวัติพระธาตุยางชุม

         การอพยพหนีภัยสงครามหรือสมัยนั้นเรียกว่า ศึกจีนฮ่อ ประมาณ พ.ศ. 2240 หรือ 315 กว่าปีมาแล้ว ผู้ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานบ้านช่องที่บ้านหมากพริกหรือบ้านเชียงเพ็งทุกวันนี้ นอกจากผู้นำที่มีนามว่า พ่อลาวแม่โซ่นแล้ว ยังมีภิกษุเป็นประธานมาด้วยหนึ่งรูป ซึ่งพระภิกษุรูปนั้นมีนามว่า “หลวงปู่เมืองหลวง” ชื่อจริงของท่านคือ (หลวงปู่ทิพย์) แต่ท่านเป็นคนเมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว ก็เลยเอานามพระบางมาขนานนามให้ท่านว่า ปู่เมืองหลวง

         บัดนี้ยังจะกล่าวถึงเชียงผู้ตามสะกดรอยเท้าวัว เชียงได้เดินทางพร้อมกับวัวบนบ่าของเชียงก็หาบเอารกหรือน้องวัว โดยทางหนึ่งของคานหาบเป็นก้อนหินก้อนโตขนาดวัดได้ประมาณ 50 เซนติเมตร ทางหนึ่งเป็นรกหรือน้องวัว หาบมาจนถึงบ้านโนนหมากพริก เชียงทั้งหนักทั้งเหนื่อยจึงนอนค้างคืนอยู่ที่นั่น เชียงก็เลยเอารกหรือน้องวัวฝังไว้ที่นั่นพร้อมกับหินก้อนที่หาบเป็นคู่กันมาทับหลุมฝังรกไว้ และได้บอกชาวบ้านโนนหมากพริกหรือบ้านเชียงเพ็งว่า ได้เอารกวัวฝังไว้ที่นั่นและเอาก้อนหินทับไว้ อยู่ต่อมา เมื่อชาวบ้านโนนหมากพริกได้ล้นมาทางใต้มากขึ้นมีบ้านเรือนเป็นปึกแผ่นเรียกบ้านนี้ว่า บ้านเชียงเพ็ง แล้วก็พากันจัดหาที่ตั้งวัดให้กับหลวงปู่เมืองหลวง ก็พากันเห็นว่า ที่เชียงเอารกวัวมาฝังไว้ที่นั้น เหมาะที่จะจัดตั้งวัดวาอารามและมีอนุสรณ์ที่เชียงได้เอารกวัวอีสุภราชมาฝังไว้ที่นั่นและก้อนหินนั้นก็ยังอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ เมื่อเสร็จทางวัดปู่เมืองหลวงก็ได้พาชาวบ้านหาวัสดุพื้นบ้าน โดยหาหินสิลาแลงมาก่อเป็ยรูปพระธาตุเพื่อครอบคลุมหลุมฝังรกวัวอีสุภราชจนสำเร็จ คงมีอายุประมาณ 200 – 315 กว่าปีเป็นอย่างน้อย เป็นสักการบูชาของคนรุ่นลูกรุ่นหลานทุกวันนี้

คำว่าพระธาตุยางชุม

         เดิมบริเวณที่บ้านหรือที่ตั้งวัดเป็นพื้นที่ป่าไม้ ประเภทไม้ยางนาเป็นส่วนมาก พร้อมกับนกกระยางมาอาศัยทำรังเพาะพันธุ์กันอยู่จำนวนมาก จึงตั้งชื่อวัดนี้และพระธาตุนี้ว่า “พระธาตุยางชุม” จนถึงทุกวันนี้ เมื่อตั้งวัดเสร็จและก่อสร้างพระธาตุเสร็จแล้ว ข้าศึกเหนือใต้สงบ หลวงปู่เมืองหลวงท่านก็หวนระลึกถึงพระประธานคู่บ้านคู่เมืองซึ่งอยู่บ้านเดิมของท่าน เมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว ก็พาชาวบ้านไปอัญเชิญมาสักการบูชา พอไปถึงก็พากันตกใจเพราะเห็นความผิดปกติ โดยมีรอยทะลุที่หน้าตักของพระประธาน กว้าง 13 เซนติเมตร ยาว 14 เซนติเมตร เหตุว่าพวกจีนฮ่อคงจะสัยว่าที่โพรงหน้าตักของพระประธานอาจจะมีของดีอะไรอยู่ที่นั่น สมัยนั้นเป็นสงครามจีนฮ่อและอนุสาวรีย์ปราบฮ่อก็อยู่ที่ศาลากลางจังหวัดหนองคาย พระพุทธรูปองค์นี้ได้มาประดิษฐานอยู่ที่ศาลาวัดพระธาตุยางชุมมาจนถึงทุกวันนี้ เพื่อให้เราชนรุ่นหลังได้บูชากราบไหว้